Ford

posted on 13 Feb 2009 02:40 by interbrand4

 

History

บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์เมื่อกว่า 100 ปีมาแล้ว บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2446 ด้วยเงินสดจำนวนเพียง 28,000 เหรียญสหรัฐในกระเป๋า เฮนรี ฟอร์ดกับหุ้นส่วนทางธุรกิจอีก 11 รายได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้น พร้อมความหวังว่าจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคต

แม้ว่าผู้ประกอบการเหล่านี้ต่างมองโลกในแง่ดีแต่พวกเขาแทบไม่ได้คาดคิดว่าวันหนึ่งบริษัทของพวกเขาจะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและมีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมมากที่สุดของโลก อีกทั้งยังมีโรงงานผลิตที่ใหญ่โตในประเทศต่างๆมากมายนอกเหนือจากโรงงานแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา

บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมาหลายเหตุการณ์และมีส่วนร่วมกับพัฒนาการทางอุตสาหกรรมและทางสังคมมาตลอดศตวรรษที่ 20 ที่ผ่านมา และปัจจุบัน บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ยังมีสมาชิกในครอบครัวฟอร์ดคนหนึ่งเป็นผู้บริหารอยู่ ฟอร์ดจึงไม่ได้เป็นเพียงเครือบริษัทขนาดใหญ่แต่ยังเป็นองค์กรซึ่งมีตัวตนและสัมผัสได้มากกว่านั้น

บริษัทต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอยู่บ้างตั้งแต่ยุคเริ่มแรก แต่แล้วในเดือนกรกฎาคม ปี 2446 เพียง 1 เดือนหลังจากวันที่จัดตั้งบริษัท รถยนต์ฟอร์ดคันแรกก็ได้ถูกนำส่งให้แก่เจ้าของรายแรกซึ่งเป็นนายแพทย์ในดีทรอยท์ด้วยความภาคภูมิใจอย่างสูงของทางบริษัท

เฮนรี ฟอร์ด เป็นผู้ที่เกิดมาพร้อมกับความฉลาดหลักแหลม เขาไม่ได้ผลิตเพียงรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานจริงเท่านั้นแต่ยังเล็งเห็นความสำคัญของการผลิตรถยนต์ซึ่งผู้คนสามารถซื้อและเป็นเจ้าของได้จริงอีกด้วย เฮนรี ฟอร์ดได้พัฒนาระบบการผลิตใหม่ที่ปฏิวัติการผลิตทั้งกระบวนการและเปลี่ยนแปลงโลกอุตสาหกรรมไปโดยสิ้นเชิง เขาได้สร้างระบบการประกอบรถยนต์แนวใหม่ขึ้นมา โดยเทคนิคใหม่นี้ถูกนำไปใช้เป็นครั้งแรกที่โรงงาน ไฮแลนด์ ปาร์ค ในมลรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ในปี 2456 โดยคนงานแต่ละคนจะประจำตำแหน่งการผลิตของตนสายการผลิตและปฏิบัติหน้าที่เดิมซ้ำไปเรื่อยๆกับชิ้นส่วนรถยนต์ที่ถูกส่งผ่านมาถึงหน้าตนบนสายพาน ระบบการประกอบรถยนต์นี้ส่งผลให้ประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิตของบริษัทอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งยังสามารถประกอบรถได้เร็วจนผลผลิตสูงอย่างน่าทึ่งอีกด้วย

 

 

ใครๆก็เป็นเจ้าของฟอร์ดได้

เฮนรี ฟอร์ดเป็นผู้คิดค้นระบบใหม่การผลิตแนวใหม่ซึ่งยังคงใช้กันอยู่ในทุกวันนี้

อีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นการคิดค้นของฟอร์ด แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็ถือว่าเป็นนวัตกรรมเช่นกัน คือ การใช้ตัวอักษรพยัญชนะ 19 ตัวแรกมาตั้งชื่อรถยนตร์รุ่นใหม่ และ “Model T” ก็ถือกำเนิดขึ้นในปี 2446 หลังจากนั้น 19 ปีและหลังจากที่ได้ผลิต Model T ไปแล้ว 15 ล้านคัน บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ก็เจริญเติบโตขึ้นจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมซึ่งสยายปีกครอบคลุมไปทั่วโลก

ความก้าวหน้าของฟอร์ดยังไม่หยุดยั้งอยู่เพียงเท่านี้ ในปี 2468 บริษัทได้ขยายตลาดไปสู่รถยนต์ระดับหรูด้วยการเข้าซื้อบริษัท ลินคอล์น มอเตอร์ และในปี 2473 ก็มีการผุดอีกหนึ่งแผนกขึ้นมาเพื่อผลิตรถยนต์ราคาระดับกลาง นอกจากนี้บริษัทยังมีผู้บริหารระดับสูงที่บริหารบริษัทอย่างชาญฉลาดและมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอทำให้บริษัทสามารถรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ตลาดหลักทรัพย์ตกต่ำในปี 2472 และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ไปได้

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทได้พยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยรัฐบาลทำสงครามและในยุคที่มีเด็กเกิดมากมายหลังสงคราม (Baby Boom) กิจการของฟอร์ดก็ยังคงรุ่งเรืองต่อไป และในปี 2493 ฟอร์ดก็ได้พัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจและเป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ขึ้นคือ Thunderbird

เพื่อตอบสนองความต้องการและการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้ให้โอกาสกับคนทุกคนในการร่วมสร้างอนาคตด้วยกันด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2499

เฮนรี ฟอร์ด ที่สอง ได้เสริมสร้างฐานเพื่อการเติบโตของบริษัทต่อไปด้วยความเข้าใจแนวโน้มทางเศรษฐกิจและการเมืองในช่วงทศวรรษที่ 50 เป็นอย่างดี จนนำไปสู่การขยายกิจการต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ 60 ต่อมาจึงได้ลงทุนครั้งใหญ่เพื่อก่อตั้ง ฟอร์ด ออฟ ยุโรป (Ford of Europe) ในปี 2510 ก่อนมีการก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Community) ขึ้นในอีก 20 ปีให้หลัง เฮนรี ฟอร์ด ที่สองเล็งเห็นถึงการพัฒนาในภาคพื้นทวีปอเมริกาเหนือจึงได้รวมการผลิตในสหรัฐอเมริกา แคนาดาและเม็กซิโกเข้าด้วยกัน 20 ปี ก่อนการลงนามบรรลุข้อตกลงเขตการค้าเสรี ทำให้ฟอร์ดสร้างประวัติศาสตร์การพัฒนาด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกลต่อไป

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 นี้ บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ เป็นเจ้าของแบรนด์รถยนต์ระดับแนวหน้าของโลก ได้แก่ ฟอร์ด ลินคอล์น เมอร์คิวรี มาสดา แอสตัน มาร์ติน และ วอลโว

บริษัทยังคงไว้ซึ่งและขยายวิสัยทัศน์ของเฮนรี ฟอร์ดให้กว้างขวางออกไปด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของเจ้าของรถยนต์ในประเทศต่างๆทั่วโลก ปัจจุบันนี้ฟอร์ดเป็นผู้นำในการสร้างพาหนะยุคใหม่แบบไฮบริดซึ่งประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี และฟอร์ดจะยังคงพร้อมเสมอที่จะรับกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

Product Line

 

รถยนต์นั่ง

-      Focus

รถยนต์นั่งเอนกประสงค์

-      Escape

รถกระบะ

-      Ranger

Marketing

 

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กับ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จับมือเป็นพันธมิตร ครั้งแรกเมื่อปี 2548 เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตรถกระบะขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เมืองไทย นับแต่นั้นมารถกระบะฟอร์ดและมาสด้าจึงเหมือนพี่น้องที่คลานออกมาจากสายพานเดียวกัน

ฟอร์ดและมาสด้า แม้จะ มีความคล้ายคลึงในด้านรูปลักษณ์และแทบจะเป็นฝาแฝดกันในด้านของเครื่องยนต์ แต่ในการรับรู้ของผู้ใช้ ทั้งสองแบรนด์กลับมีภาพลักษณ์ไปคนละทาง ตามการสร้าง DNA ให้กับแบรนด์ที่แตกต่างกัน

ฟอร์ดวางโพสิชันนิ่งของแบรนด์ให้อยู่ในฝั่งของความแข็งแกร่ง ขณะที่มาสด้าเน้นดีไซน์โค้งมนสไตล์สปอร์ตซีดาน
มาสด้า เน้นความเป็นสปอร์ต

Ford เน้นความแข็งแกร่ง

ก่อนทำรถกระบะ ฟอร์ดทำเซอร์เวย์กับลูกค้าถามว่าซื้อไหม มีคนหนึ่งพูดว่าซื้อครับ เขาบอกเพราะเคยใช้รถแทร็กเตอร์ฟอร์ด ถ้ามีกระบะเขาเชื่อว่าจะต้องเป็นรถที่ทนทานไม่แพ้กัน นิยามครั้งแรกของกระบะฟอร์ดจึงมีชื่อว่า เกิดมาแกร่ง

สาโรจน์ เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย เล่าที่มาก่อนที่ฟอร์ดจะเปิดตัวแนวคิดฟอร์ด 100% ที่จะใช้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยเชื่อว่าการจดจำในเรื่องความแกร่ง รวมถึงคุณสมบัติอื่นๆ เช่นด้านความปลอดภัยที่ฟอร์ดเป็นรถกระบะรายแรกที่ติดถุงลมนิรภัยในรถกระบะ การเกาะถนน ความแรงของเครื่องยนต์แบบ 12 วาล์วเทอร์โบ ทำให้คนนึกถึงฟอร์ดในแง่สมรรถนะ และคุณสมบัติอื่นๆ ซึ่งถูกสร้างมาอย่างเป็นขั้นตอน

แม้ฟอร์ดจะเก๋าเกมรถกระบะในอเมริกัน แต่กับตลาดไทย ฟอร์ด ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ด้วยการทดสอบตลาดก่อนขายจริง เช่นในฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นใหม่ ไวลด์แทรคที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ซึ่งขายดีในยุโรป ก่อนเปิดขายที่ไทยอย่างเป็นทางการในปีนี้ ไวลด์แทรคเคยทำเป็นลิมิทเต็ดอิดิชั่นมาเทสต์กับตลาดพรีเมียมไปแล้วเมื่อปีก่อน จนกลายเป็นที่เฝ้ารอของกลุ่มลูกค้าฟอร์ดว่าเมื่อไรไวลด์แทรคใหม่จะมาแบบเต็มตัว

เมื่อจะทำตลาดจริงจึงควรจะมีอะไรที่เหนือความคาดหมาย และฟอร์ดก็ตั้งเป้าสูงกว่าเดิม เรนเจอร์ ไวด์แทรคใหม่ จึงถูกส่งลงตลาดถึง 4 รุ่น เพื่อขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ในราคาถูกลง

สำหรับลูกค้าฟอร์ดเลือกแบรนด์เป็นอันดับแรก ซึ่งคนซื้อรถกระบะไทยส่วนใหญ่ก็เลือกแบรนด์และการใช้งานเป็นหลักเคย์ ฮาร์ท รองประธานฝ่ายการตลาดของฟอร์ดให้ข้อมูล

เธอจะเล่าถึงบุคลิกของคนขับฟอร์ดว่า โดยทั่วไปบุคลิกของคนขับฟอร์ดเรนเจอร์ จะใช้เพื่อการทำงาน เป็นคนที่มีความมั่นใจในสิ่งที่ทำ ดังนั้นแนวทางการตลาดของฟอร์ดก็จะตอกย้ำและทำให้มั่นใจว่าลูกค้าจะเอ็นเกจกับแบรนด์ได้มากขึ้น ฟอร์ดจึงเน้นสร้างแบรนด์ผ่านทุกๆ สื่อทั้งบิลบอร์ด ทีวี แมกกาซีน และปีนี้ยังเพิ่มการทำตลาดผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง


 

ภาพลักษณ์ใหม่ของฟอร์ด

Make Every Exciting” หรือ ให้ทุกวันเป็นวันของคุณเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ฟอร์ดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทย เป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับลูกค้าให้เกิดความประทับใจจากประสบการณ์ตรงกับแบรนด์ฟอร์ดผ่านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ฟอร์ดเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าชาวไทยชื่นชอบ

เป็นสิ่งที่ฟอร์ด โดยเฉพาะในประเทศไทยหวังเปลี่ยนแปลงสภาวการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรถยนต์ฟอร์ด เป็นแบรนด์หนึ่งที่ถูกลูกค้าร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคอยู่พอสมควร

แต่สิ่งที่ฟอร์ดกำลังทำคือการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับ และไว้วางใจของลูกค้าผ่านทางภาพยนตร์โฆษณา ฟอร์ดบอกว่าภาพลักษณ์ใหม่ของ "ฟอร์ด" ต้องการให้มีบุคลิกที่ชัดเจนในฐานะแบรนด์ที่อบอุ่น เข้าใจ กระตือรือร้น เป็นมิตร สนุกสนาน และเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่มีสินค้าหลากหลายช่วยให้พวกเขามีประสบการณ์ประทับใจในการใช้ชีวิตทุกที่ทุกโอกาสทุกเวลา ทั้งนี้ฟอร์ดบอกว่า จากผลการศึกษาทัศนคติของลูกค้าชาวไทย พบว่าลูกค้าเชื่อมั่นในยานยนต์ของฟอร์ด ทั้งคุณภาพ สมรรถนะในการใช้งาน ความคุ้มค่า และความแข็งแกร่งทนทาน

อย่างไรก็ดียังมีลูกค้าบางคนยังมองว่า แม้ฟอร์ดทุ่มเทงบประมาณในการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ แต่หากยังไม่มีปรับแนวคิดนี้ให้คนในองค์กรทุกคนได้มองไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ครั้งนี้คงไม่มีสามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้
   

AD

 

 

Print

Comment

Comment:

Tweet